บริษัท เดิมชื่อ “ดี.เอส. ลิสซิ่ง จำกัด” ก่อตั้งโดย นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ และนางดาวนภา เพชรอำไพ ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2535 มีสำนักงานตั้งอยู่ เลขที่ 13 ซอย จรัญสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่ม 2 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ทั้งใหม่ และมือสองทุกยี่ห้อ ผ่านผู้จัดจำหน่ายทั้งในจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดอื่นๆ ในเขตภาคเหนือตอนล่าง เช่น สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร เป็นต้น โดยกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจะเป็นผู้มีรายได้ประจำ ทั้งรายวันและรายเดือน เกษตร และรับจ้างทั่วไป ต่อมาบริษัทฯ ได้เพิ่มการให้บริการสินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์ เพื่อเป็นการต่อยอดการให้บริการสินเชื่อ แก่ลูกค้าที่ผ่อนชำระค่างวดตามสัญญาเช่าซื้อครบถ้วนแล้ว รวมทั้งเพิ่มประเภทรถไปสู่รถเพื่อการเกษตร เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งปี 2544 บริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ บริษัทเมืองไทย แคปปิตอล จำกัด” เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2544 และได้หยุดให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ เนื่องจากผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ เริ่มมีการให้บริการเช่าซื้อแก่ลูกค้าเอง ทำให้จำนวนผู้ให้บริการเพิ่มขึ้น และส่งผลให้ภาวการณ์แข่งขันสูงขึ้น

ในปี 2549 บริษัทฯ เล็งเห็นถึงช่องทางในการขยายธุรกิจ เข้าสู่ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย บริษัทฯ จึงได้ดำเนินขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจจากกระทรวงการคลังโดยได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2549 และเริ่มขยายการให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลไปยังสาขาต่างๆ ของบริษัท
บริษัทฯ ให้บริการสินเชื่อแก่ลูกค้ารายย่อยที่เป็นคนในพื้นที่เป็นหลัก ดังนั้น บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า โดยมีสโลแกนว่า บริการใกล้ชิด ดุจญาติมิตรที่รู้ใจ จนทำให้ได้รับความไว้วางใจ จากลูกค้ามาใช้บริการสินเชื่อของบริษัท อย่างต่อเนื่อง และเพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว บริษัทจึงมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันบริษัทมีทุนที่ออก และเรียกชำระแล้ว จำนวน 1,575 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 บริษัท ได้ทำการแปรสภาพ เป็นบริษัทมหาชนจำกัด พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อ บริษัทเป็น บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) และอนุมัติการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญ จากเดิมมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เป็นมูลค่า หุ้นละ 1 บาท ทำให้จำนวนหุ้นสามัญเปลี่ยนจาก 15.75 ล้านหุ้น เป็น 1,575 ล้านหุ้น และอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนโดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 545 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นล่ะ 1บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม จำนวน 1,575 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ จำนวน 2,120 ล้านบาท ในระหว่างวันที่ 19-21พฤศจิกายน 2557 บริษัทได้เสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่ให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกจำนวน 545 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นล่ะ 1 บาท ในราคาเสนอขายหุ้นละ 5.5 บาท โดยจัดสรรหุ้นสามัญใหม่จำนวน 502.5 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (Initial Public Offering) และอีกจำนวน 42.5 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ และ/หรือบริษัทย่อย พร้อมกับนำหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัท เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยหุ้นของบริษัทฯนั้น เริ่มทำการซื้อขายครั้งแรกในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2557